เว็บโฮสติ้งคืออะไร

เว็บโฮสติ้งคืออะไร What is website hosting ?

เว็บโฮสติ้งคืออะไร (Web Hosting) โดยสรุปอย่างง่ายแล้วเว็บโฮสติ้งถูกใช้สำหรับการทำเว็บไซต์ ซึ่งเราจะต้องซื้อพื้นที่นั้นๆ เพื่อใช้สำหรับวางไฟล์ต่างๆที่เราต้องการทำเว็บเช่น HTML, CSS และ รูปภาพต่างๆ เราจะวางข้อมูลเหล่านั้นไว้ใน Server ที่ออนไลน์บนโลกออนไลน์อยู่ตลอดเวลา 24/7 ทุกวัน

แล้วอะไรคือเว็บ Server ละ เปรียบเทียบง่ายๆให้เห็นภาพ มันเปรียบเสมือน Computer Workstation ทั่วไปที่เราใช้สำหรับทำงานหรือเล่นเกมส์นั่นแหละ แต่ใช้เพื่อจุดประสงค์บางอย่างเท่านั้น เช่นเว็บโฮสติ้งต่างๆ แต่ในที่นี้เราใช้มันเพื่อวางข้อมูลต่างๆที่เราต้องการให้โลกออนไลน์เห็นยังไงละ หรือ ทุกๆคนสามารถมาดู มาอ่าน หรือมาใช้งานผ่าน Web Asset ที่เราวางไว้ใน Server นั่นเอง เว็บโฮสติ้งคืออะไรนั้นก็คงเห็นภาพคร่าวๆนะครับ แล้วลักษณะการทำงานของมันละเป็นยังไงไปดูกัน

เว็บโฮสติ้งไทย ราคาถูก เหมาะสำหรับทำเว็บองค์กร

เว็บโฮสติ้งทำงานยังไง ??

เว็บโฮสติ้งจะสมบูรณ์ได้ต้องมี ข้อมูลที่เราต้องการนำมาวางไว้ ซึ่งผู้ซื้อ จะต้องจอง Resource ไว้ใสำหรับทำเว็บไซต์เว็บหนึ่ง เช่น RAM, hard drive space, and bandwidth และ Web Control Panel ต่างๆ หากเราต้องการให้คนเข้าเว็บเราเยอะๆ Resource พวกนี้ก็ต้องเพิ่มขึ้นตามปริมาณงานที่เราต้องการ โดยเว็บโฮสติ้งมีหลายแบบมาก เราต้องเลือกให้เหมาะสมกับเว็บที่เราต้องการสร้างเช่น Web Blog, News, Application แต่ละแบบความต้องการก็ไม่เหมือนกัน เราอาจจะแบ่งได้เป็นสามแบบดังนี้ เช่น Shared Hosting, VPS และ Dedicated Server

หมายเหตุ: ขยายความคำว่า Control Panel สำหรับ Web Hosting อีกนิดนึงนะครับ เป็น Software เฉพาะทางที่ช่วยให้เราสามารถบริหารจัดเว็บไซต์ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น โดยเราสามารถเพิ่ม Domain Name ได้ จัดสรร Database ได้ ดูเรื่อง Security ต่างๆ และ ที่สำคัญอย่างนึงคือเรื่อง Resource เราสามารถที่จะดูใน Control Panel ได้เช่นกัน

เว็บโฮสติ้งคืออะไร ? โฮสติ้งจะถูกแบ่งเป็น 3 แบบ และ ต่างกันยังไงบ้าง

Web โฮสติ้งมีอะไรบ้าง

เว็บโฮสติ้งแบบ Shared Hosting

แชร์โฮสติ้งคือ ผมจะพูดให้เห็นภาพดังนี้ เหมือนเรานั่งอยู่ในร้านกาแฟ ที่มีโต๊ะ โซฝา เก้าอี้ให้นั่ง มี Internet ให้ใช้ ซึ่งเราจะต้องแชร์พื้นที่กับคนที่เข้ามานั่งในร้าน โดยมีเจ้าของเป็นผู้ควบคุมร้านแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งในระบบของเว็บแล้วทั้ง CPU, Ram และอื่นๆ เราจะแชร์กับคนอื่นทั้งสิ้น แต่พื้นที่ HDD โดยปกติแล้วจะเป็นสิทธิ์ของเรา เช่นมีให้ใช้ 50GB ก็มีให้แค่นั้น แล้วแชร์โฮสติ้ง (Shared Hosting) เหมาะกับใคร ผมจะบอกว่าเหมาะกับเว็บไซต์เล็กๆ คนเข้าไม่เยอะ เช่น Web Blog ส่วนตัว, เว็บองค์กรห้างร้านที่ไม่ต้องซื้อขายในเว็บไซต์ เพียงแค่ใช้เพื่อความน่าเชื่อถือ และ อื่นๆ โดยไม่ต้องการความเร็วอะไรในการประมวลผลมาก ราคาที่จับต้องได้อยู่ประมาณ 500-4500 ต่อปี บาท ขึ้นอยู่กับ Extension ต่างๆที่ใช้

VPS (Virtual Private Server)

VPS นั้นจะขยับมาโดยที่เราไม่ต้องไปนั่งในร้านเผื่อแชร์พื้นที่กับใครแล้ว เพราะเรามีเงิน 555 ไปเช่าชั้นบนตึกสูง เช่าพื้นที่สำนักงาน หรือ Co-Working Space ที่แบ่งเป็นโซนชัดเจน โดยในโซนนั้นๆมีแค่บริษัทเราเท่านั้น เช่น Business Park ที่มีบริษัทหลายๆบริษัทรวมอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ได้ใช้ของใช้สำนักงานร่วมกัน เช่นเดียวกับเว็บไซต์ เครื่องทั้งเครื่องเป็นของเรา เราสามารถจัดสรร CPU, RAM, HDD ได้ด้วยตัวเอง บางทีเราอาจจะลง Software ที่ใช้เป็น Web Control Panel เองก็ได้ หรือ มาพร้อมกับ VPS เลยก็มี แต่อาจจะมีข้อจำกัดเรื่อง Data Transfer แล้วมันเหมาะกับใครละ ด้วยตัว Virtual Private Server ค่อนข้าง Flexible เพราะฉะนั้นมันเหมาะกับเว็บไซต์ที่มี Traffic เยอะๆ, เว็บ Ecommerce ที่เริ่มมีคนเข้ามากซื้อขายมากขึ้น หรือ Startup และ เว็บ Apps บางอย่างที่ต้องการคำนวณที่เริ่มซับซ้อน แต่ก็ต้องแบกภาระราคาที่ต้องจ่ายเป็นรายเดือน โดยราคาอาจจะขึ้นลงระหว่าง 150-10,000 บาท ต่อเดือน เช่น ดิจิตอลโอเชี่ยน

Dedicated Server

สุดท้ายถ้าที่ผมจะเปรียบเทียบก็คือ เรากำลังสร้างตึกสำนักงานอยู่ ทั้งทางเข้าทางออก หรือ จะเป็นการออกแบบตึก ทุกสิ่งที่อย่างเราสามารถกำหนดได้ด้วยตัวเราเองทั้งหมด ถ้าเปรีบเสมือนกับการทำเว็บแล้วละก็ มันก็คือเครื่อง Server 1 เครื่องที่เราต้องมาบริหารทั้งหมด ทั้งค่า Software ค่า Server ค่า Maintenance เราต้องทำเองทั้งหมดด้วยเงินเราเอง แต่โครตแรงโครตเร็วเลย เราไม่ต้องแชร์พื้นที่ทรัพยากรกับใครเลย แต่เนื่องจากยุคใหม่แล้วมี Cloud เข้ามา Dedicated Server อาจจะเหมาะกับงานที่ Special มากๆ และ ลดความสำคัญน้อยลงเรื่อยๆ

มีวิธีเลือกโฮสติ้งที่ดีได้อย่างไรบ้าง ผมมีคำตอบ ?

Website Control Panel

Control Panel หรือ สามารถเรียกได้หลายชื่อเราอาจจะคุ้นเคย เช่น Web Hosting Control Panel คือเครื่องมือที่ผู้ให้บริการเว็บโอสติ้งจัดเตรียมไว้ให้ลูกค้าเข้าไปใช้งานจัดการระบบต่างๆของเว็บไซต์ โดยปกติแล้วจะประกอบด้วยเครื่องมือต่างๆเช่น

  • การจัดการ File และ Folder ต่างๆของเว็บไซต์นั้นๆ
  • สามาถจัดการติดต่อ Software, CMS, Database ต่างๆได้ด้วยตัวเองหรือแบบ Automatic เช่น WordPress, Drupal และ Joomla
  • เข้าถึง Database ของเว็บได้ด้วยตัวเอง
  • ตั้งค่าอีเมล์ และ จดหมายได้
  • ตั้งค่าความปลอดภัยของเว็บไซต์ ซึ่งโดยปกติแล้วโฮสติ้งจะค่อยจัดการให้ระดับหนึ่งแล้ว
  • การ Add Domain Name และ ตรวจสอบสถานะของโฮสติ้ง เว็บไซต์ ว่ายังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่

โดยเว็บโฮสติ้งจะเตรียม Control Panels ให้ ซึ่งมีหลากหลายตัวเลือก โดยหลักๆแล้ว เว็บโฮสติ้งเลือกใช้ Control Panels ยอดนิยมดังนี้

  • cPanel
  • Plesk
  • Direct Admin
  • Webmin
  • VestaCP

สามารถอ่านเรื่องเว็บ Control Panels เพิ่มเติมได้เลยครับ อ่านต่อ => Web Control Panel สำหรับทำเว็บ มีอะไรบ้าง

Web Host’s Uptime

ความพร้อมใช้งานของเว็บโฮสต์ (Uptime) หมายถึงเปอร์เซ็นต์ของเวลาที่เว็บไซต์ของคุณพร้อมใช้งานสำหรับผู้ใช้ โดยทั่วไปจะวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ที่มีเวลาให้บริการ 99.9% หมายความว่าเว็บไซต์ของคุณจะพร้อมใช้งาน 99.9% ตลอดเวลา ซึ่งถ้า Web Hosting ไหน มีค่า Uptime เยอะๆ นั่นก็การันตีได้ว่าเว็บของเราจะออนไลน์ตลอดเวลา และ เท่ากับว่าคุณจะสามารถขายสินค้า บริการ ได้อย่างราบรื่น มั่นใจว่าเว็บจะไม่ล่ม

Customers Support

Customer Support ที่ดีของบริการโอสติ้งคือการให้บริการช่วยเหลือลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที รวดเร็ว แต่โดยปกติเราก็ไม่ค่อยอยากติดต่อเท่าไหร่ ฮ่าๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถแก้ไขปัญหาหรือข้อสงสัยต่างๆ ได้อย่างราบรื่นนั้น เมื่อเกิดปัญหาจะต้องติดต่อได้

Customer Support ที่ดีต้องควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • ให้ความช่วยเหลือได้ดี และ แก้ปัญหาของโฮสติ้งได้ตรงจุด มีความรู้ความสามารถของโฮสติ้งระดับหนึ่ง
  • พร้อมให้บริการตลอดเวลา บริการโฮสติ้งที่ดีนั้น Customer support ควรจะพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้ลูกค้ารับบริการได้อย่างทันถ่วงที
  • ตอบคำถามอย่างสุภาพและเป็นมิตร พนักงาน Customer Support ควรมีมารยาทที่ดีในการตอบคำถามและให้บริการลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกได้รับความเคารพและใส่ใจ

บริการอื่นๆ

โดยปกติแล้วโฮสติ้งที่ดีอาจจะต้องมีบริการทั่วๆไปที่ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าหลากหลายเช่น เรื่องความปลอดภัย ซึ่งอาจจะต้องมี SSL Certificate ฟรี, บริการ control panels สำหรับอีเมล์ให้ลูกค้าสามารถ access ใช้อีเมล์แบบฟรีได้เองก็เพียงพอแล้วสำหรับเมล์ธุรกิจที่ต้องรับส่งแค่ Quotation ใบเสนอราคาต่างๆ หรือ อันสุดท้ายอาจจะมี CDN พ่วงอยู่ใน Hosting ด้วย

สรุป เว็บโฮสติ้งคืออะไร

สรุปเลยแล้วกันนะครับ Hosting คือ อะไร ? แล้วเว็บโฮสติ้งที่ดีควรจะเป็นแบบไหน เราควรจะเลือกจากสิ่งที่เราต้องใช้ก่อนเช่น ปริมาณคนเข้าเว็บไซต์ เว็บเราใช้สำหรับอะไร เว็บโปรโมทบริษัท หรือ เว็บขายของที่ต้องการปริมาณ Resource ค่อนข้างเยอะ ซึ่งเดี๋ยวนี้ WordPress Hosting ทุกที่จะต้องใช้ เว็บ Control Panels คล้ายๆกัน Uptimes ก็ไม่หนีกันมากเพราะว่า Servers ก็ไปใช้ Cloud กันค่อนข้างเยอะ ซึ่งจะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่า Hard Ware การ Maintenance เท่าไหร่ ฉะนั้น เราควรดูจาก Review และ ความเร็ว ความเสถียรของ Server เป็นหลักนะครับ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการทำเว็บไซต์และขายของนะครับขอบคุณค๊าบ

LINE : https://line.me/R/ti/p/@789oyszn